ข้อควรรู้ ก่อนการสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์ลามิเนต
ลูกค้าหลายท่านที่ประสบปัญหา ไม่รู้จะสั่งถุง/ซอง ยังไง เริ่มตรงไหนดี บทความนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจ และสามารถสั่งผลิตถุง/ซอง ได้ตรงกับความต้องการได้
1. เลือกเนื้อถุงแบบไหนดี ?
ขึ้นอยู่กับ สินค้าของท่านต้องการการป้องกันจากอะไรบ้าง ?
- ระดับ 1 หากต้องปกป้องจากภายนอกแค่ ฝุ่นผง อากาศ โดยไม่จำเป็นต้องซีเรียสกับ ความชื้น ออกซิเจน และแสงแดด แนะนำว่าใช้ถุง/ซองใส ประเภท OPP+CPP (หน้าเงา) หรือ MOPP+CPP (หน้าด้าน) PET+LLDPE (หน้าเงา) หรือ MOPP + LLDPE (หน้าด้าน) ธรรมดาก็เพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น ซองใส่ปลาสายสวรรค์ยี่ห้อดัง หรือซองใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ในร้านสะดวกซื้อทั่วไป

- ระดับ 2 หากต้องปกป้องจากภายนอกมากขึ้น แต่ไม่สูงมาก กล่าวคือสามารถป้องกัน ความชื้น ออกซิเจน และแสงแดด ได้ในระดับ 90% แนะนำว่าใช้ถุง/ซองเมทัลไลซ์ฟอยล์ ประเภท PET+MPET+LLDPE (หน้าเงา) หรือ MOPP +MPET+ LLDPE (หน้าด้าน) และถ้าต้องการให้เก็บรักษาสินค้า (Shelf life) นานขึ้น ก็แนะนำให้ใช้ ก๊าซไนโตรเจนในการใส่บรรจุในถุงด้วยขณะบรรจุ ยกตัวอย่างเช่น ถุงใส่ขนมอบกรอบรูปทรงปูยี่ห้อดัง ในร้านสะดวกซื้อทั่วไป
- ระดับ 3 หากต้องปกป้องจากภายนอกมากที่สุด สามารถป้องกัน ความชื้น ออกซิเจน และแสงแดด ได้ในระดับ 99% แนะนำว่าใช้ถุง/ซองอะลูมิเนียมฟอยล์แท้ ประเภท PET+ALUMINIUM+LLDPE (หน้าเงา) หรือ MOPP +ALUMINIUM+ LLDPE (หน้าด้าน) และถ้าต้องการให้เก็บรักษาสินค้า (Shelf life) นานขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ซองใส่สาหร่ายอบกรอบยี่ห้อดัง ในร้านสะดวกซื้อทั่วไป

ความหนาควรเป็นเท่าไหร่จึงเหมาะสม?

- ความหนาเริ่มต้นระดับ 1 คือระหว่าง 50-70 ไมครอน (0.05-0.07 มิลลิเมตร) เป็นถุง/ซองที่ไม่หนามาก หากจับมากๆอาจจะมีรอยยับได้ง่าย เหมาะสำหรับใส่สินค้าที่ไม่ค่อยมีน้ำหนักมาก ขนาดซองเล็ก เช่น ถุงใส่กิ๊ฟท์ช๊อป ใส่แมสปิดปาก ใส่ทิชชูขนาดเล็ก
- ความหนาระดับ 2 คือระหว่าง 80-100 ไมครอน (0.08-0.1 มิลลิเมตร) เป็นถุง/ซองที่มีความหนาระดับกลาง เหมาะสำหรับใส่สินค้าที่มีน้ำหนักปานกลาง (ประมาณ 30-80 กรัม) ขนาดซองระดับกลางๆ (ประมาณความกว้าง 9 เซนติเมตรขึ้นไป หรือความสูง 12 เซนติเมตรขึ้นไป) เช่น ถุงใส่ขนมอบกรอบขนาดเล็ก ซองใส่ครีมทาผิว ซองใส่ช็อกโกแลต
- ความหนาระดับ 3 ระหว่าง 110-120 ไมครอน (0.11-0.12 มิลลิเมตร) เป็นถุง/ซองที่มีความหนาระดับที่ได้รับความนิยมมากสุดเพราะถือว่า เหมาะสำหรับใส่สินค้าทั่วไปแบบครอบคลุมเกือบทุกชนิด เหมาะสำหรับใส่สินค้าที่มีน้ำหนัก ประมาณ 45-200 กรัม) ขนาดซองระดับกลาง (ประมาณความกว้าง 10 เซนติเมตรขึ้นไป หรือความสูง 14 เซนติเมตรขึ้นไป) เช่น ถุงใส่ขนมอบกรอบขนาดกลาง-ใหญ่ ถุงใส่น้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม ซองใส่ถั่วอบกรอบในร้านสะดวกซื้อทั่วไป
- ความหนาระดับ 4 ระหว่าง 130-160 ไมครอน (0.13-0.16 มิลลิเมตร) เป็นถุง/ซองที่มีความหนาระดับสูงสุด เหมาะสำหรับใส่สินค้าที่ต้องการการรับน้ำหนักมากๆ เพื่อถือหิ้วได้สะดวกหรือต้องการป้องกันการดันทะลุขาดสูงๆ เช่น ถุงใส่อาหารสัตว์ ขนาด 3-5 กิโลขึ้นไป หรือถุงใส่ข้าวสารขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัมขึ้นไป หรือถุงใส่ผงซักฟอกขนาดใหญ่ เป็นต้น
จะทราบขนาดของถุง/ซองที่เหมาะสมกับสินค้าได้อย่างไร?

จำเป็นต้องทำการทดลองใส่บรรจุดูจะทราบได้ดีที่สุด เพราะสินค้าแต่ละชนิดและประเภทไม่เหมือนกัน มีน้ำหนักและปริมาตร ต่างกัน เช่น น้ำตาล 1 กิโล ใช้ถุง/ซองขนาดเล็กได้ แต่ สำลี 1 กิโล จะต้องใช้ถุง/ซองขนาดใหญ่ในการบรรจุ แต่เราสามารถ สังเกต และทำเทสได้ง่ายๆดังนี้
- ไปดูสินค้าแบบเดียวกันในร้านสะดวกซื้อ หรือห้างฯ ว่าปริมาณเดียวกันเขาใส่ขนาดไหน กว้างxยาวเท่าไหร่ แล้วเราก็ลองซื้อมาใส่ดู อาจจะขยับขนาดตามความเหมาะสมอีกที
- ส่งตัวอย่างสินค้ามาให้เรา ทาง SM PACKAGING จะทำการทดลองบรรจุให้ท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น
แบบอาร์ตเวิร์คที่ออกแบบมา จะใช้สีแม่พิมพ์กี่สี แบบไหน?


- ถ้าเป็นงานพิมพ์ระบบดิจิตอล จะเป็นแม่สีมาตฐาน Process มาตรฐาน 5 สี คือ ดำ ฟ้า แดง เหลือง ขาว หากเป็นสีพิเศษ หรือทอง เงิน จะเป็นทองที่เกิดขึ้นจากการผสมแม่สีดังกล่าว แต่ถ้าเป็นถุง/ซองเมทัลไลซ์ หรืออะลูมิเนียม สามารถใช้เทคนิค UN WHITE PRINT (เว้นสีขาวเฉพาะจุด) เพื่อให้สีที่ได้ออกมาเป็นเหลือบเมทัลลิคได้
- ถ้าเป็นงานพิมพ์ระบบโรตารี่กราเวียร์ ก็จะใช้สีมาตรฐาน Process มาตรฐาน 5 สี คือ ดำ ฟ้า แดง เหลือง ขาว และสามารถเพิ่มบล็อกสีพิเศษเพิ่มได้ เช่น เขียวพิเศษ แดงพิเศษ ทอง เงิน อื่นๆได้ โดยทางลูกค้าสามารถส่งไฟล์งานให้ทาง SM PACKAING เราตรวจสอบสีได้ และถ้าหากต้องการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายบล็อกสี ทางเรา จะทำการแก้ไขแบบให้ท่านช่วยประหยัดบล็อกสีแม่พิมพ์ได้
งานพิมพ์ระบบดิจิตอลกับระบบโรตารี่กราเวียร์ต่างกันอย่างไร?

ระบบดิจิตอล
1.
งานคมชัด
ไม่มีปัญหาสีเหลื่อมซ้อน
2.
จำนวนน้อย
(50-5,000
ชิ้น)
ราคาTotal
รวมถูกกว่าระบบโรตารี่
3.
ไม่มีค่าบล็อกแม่พิมพ์
4.
สามารถคละแบบ
ลวดลายได้ไม่จำกัด
(ขนาดเดียวกัน
สเปคเดียวกัน)
5.
ระยะเวลาผลิต
15-20
วันทำการ
6.
สีพิเศษพวก
ทอง เงิน ไม่สามารถพิมพ์ได้
7.
ไม่สามารถทำเงาและด้านเป็นจุดๆ
(Spot)
ได้
(ด้านก็ด้านทั้งหมด
เงาก็เงาทั้งหมด)
8.
สามารถทำหน้าใสหลังฟอยล์ได้
แต่ไม่สามารถ ทำเทคนิคฟอยล์เฉพาะจุด
(Spot
Foil) ได้
ระบบโรตารี่กราเวียร์
1.
ในเม็ดสกรีนผสมเป็นภาพจะมีการซ้อนทับเล็กน้อย
(แต่คุณภาพยังถือว่าดีอยู่มาก)
2.
จำนวน
10,000
ชิ้นขึ้นไป
ราคาราคาTotal
รวมถูกกว่าระบบดิจิตอล
3.
มีค่าบล็อกแม่พิมพ์
(ราคาขึ้นอยู่กับขนาดบล็อก)
4.
ไม่สามารถคละแบบได้
บล็อกแม่พิมพ์ 1
ชุดต่อ
1
แบบดีไซน์
5.
ระยะเวลาผลิต
25-30
วันทำการ
6.
สามารถพิมพ์สีพิเศษได้
ทุกสี (ทอง
เงิน สีพิเศษอื่นๆ)
7.
สามารถทำเงาและด้านเป็นจุดๆ
(Spot)
ได้
8.
สามารถทำหน้าใสหลังฟอยล์ได้
และสามารถ ทำเทคนิคฟอยล์เฉพาะจุด
(Spot
Foil) ได้
ระบบดิจิตอล |
|---|
1. งานคมชัด ไม่มีปัญหาสีเหลื่อมซ้อน |
2. จำนวนน้อย (50-5,000 ชิ้น) ราคาTotal รวมถูกกว่าระบบโรตารี่ |
3. ไม่มีค่าบล็อกแม่พิมพ์ |
4. สามารถคละแบบ ลวดลายได้ไม่จำกัด (ขนาดเดียวกัน สเปคเดียวกัน) |
5. ระยะเวลาผลิต 15-20 วันทำการ |
6. สีพิเศษพวก ทอง เงิน ไม่สามารถพิมพ์ได้ |
7. ไม่สามารถทำเงาและด้านเป็นจุดๆ (Spot) ได้ (ด้านก็ด้านทั้งหมด เงาก็เงาทั้งหมด) |
8. สามารถทำหน้าใสหลังฟอยล์ได้ แต่ไม่สามารถ ทำเทคนิคฟอยล์เฉพาะจุด (Spot Foil) ได้ |
ระบบโรตารี่กราเวียร์ |
1. ในเม็ดสกรีนผสมเป็นภาพจะมีการซ้อนทับเล็กน้อย (แต่คุณภาพยังถือว่าดีอยู่มาก) |
2. จำนวน 10,000 ชิ้นขึ้นไป ราคาราคาTotal รวมถูกกว่าระบบดิจิตอล |
3. มีค่าบล็อกแม่พิมพ์ (ราคาขึ้นอยู่กับขนาดบล็อก) |
4. ไม่สามารถคละแบบได้ บล็อกแม่พิมพ์ 1 ชุดต่อ 1 แบบดีไซน์ |
5. ระยะเวลาผลิต 25-30 วันทำการ |
6. สามารถพิมพ์สีพิเศษได้ ทุกสี (ทอง เงิน สีพิเศษอื่นๆ) |
7. สามารถทำเงาและด้านเป็นจุดๆ (Spot) ได้ |
8. สามารถทำหน้าใสหลังฟอยล์ได้ และสามารถ ทำเทคนิคฟอยล์เฉพาะจุด (Spot Foil) ได้ |